โดย สรรพมงคล สมวงษ์
“สหภาพยุโรป” องค์การระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป เป็นตัวกลางความร่วมมือทางการเมืองและเศรษฐกิจของชาติสมาชิก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติต่างๆ ในยุโรปอย่างเหนียวแน่น กลายเป็นหนึ่งในตัวแสดงสำคัญที่มีส่วนในการธำรงค์ไว้ซึ่งระเบียบโลกแบบเสรีนิยมตะวันตกเคียงคู่สหรัฐอเมริกา ทว่า ความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่ของสหภาพยุโรปกำลังอยู่ในช่วงขาลงและสั่นคลอนอย่างหนัก สถานการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากกระแสความนิยมอุดมการณ์ฝ่ายขวาที่เพิ่มมากขึ้น อันเกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2008 และคลื่นผู้อพยพในปี 2011 ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมืองยุโรป กลายเป็นโอกาสให้ "พรรคการเมืองขวาจัด" พรรคการเมืองที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมซึ่งได้หมดอิทธิพลและบทบาทไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เนื่องจากการนำเสนอนโยบายรักชาติและส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลัก ทำให้พลเมืองยุโรปรู้สึกว่าพรรคการเมืองเหล่านี้เล็งเห็นผลประโยชน์ของพลเมืองยุโรปมากกว่าการโอบอุ้มผู้อพยพตามหลักการของระเบียบโลกเสรีนิยม ในขณะเดียวกัน ตัวแสดงที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันอย่าง "รัสเซีย" ภายใต้การนำของวลาดิมีร์ ปูติน ก็พยายามหาทางลดบทบาทอิทธิพลของสหภาพยุโรปโดยการแทรกแซงทางอ้อม โดยเฉพาะการสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายขวาในประเทศต่างๆ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกของสหภาพยุโรป ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ ฝรั่งเศส และออสเตรีย ที่มีทั้งการสร้างความสัมพันธ์กับพรรคการเมือง การสนับสนุนเงินทุน รวมไปถึงการสร้างโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ การเติบโตของพรรคการเมืองขวาจัดและกระแสนิยมฝ่ายขวาในพลเมืองยุโรป ไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่รวมกันจากหลายประการโดยมีรัสเซียเข้ามาเสริม แสดงให้เห็นบทบาทของรัสเซียในภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องการสลายขั้วอำนาจในยุโรป เพื่อผลประโยชน์ของรัสเซียในทวีป หากกระแสความนิยมฝ่ายขวาในยุโรปยังคงเติบโตต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อการเมืองโลกและระเบียบโลกเสรีนิยมแน่นอน