toonpc บน Bookfeed
★★★★★
<p>War and Peace (ไทย: สงครามและสันติภาพ)</p><p>ผู้เขียน : ลีโอ โตลสตอย (Leo Tolstoy) (ตีพิมพ์เดิมที่รัสเซีย ปี 1865)</p><p>สำนักพิมพ์ : Oxford University Press (ตีพิมพ์ปี 2010)</p><p>ผู้แปลภาษาอังกฤษ : ลูอีเซ และ อาย์ลเมอร์ มาวด์ (Louise and Aylmer Maude)</p><p></p><p>ในเดือนกรกฏาคม ปี 1805 ... อันนา พาฟโลนา แชร์เรอร์ นางกำนัลในสมเด็จพระพันปีหลวง มาเรีย ฟีโอโดรอฟน่า ได้จัดงานเลี้ยงที่บ้านพักของตนในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แขกที่นางเชิญมา ส่วนใหญ่คือพวกขุนนางในแวดวงสังคมเมืองหลวง เรื่องที่พวกเขาคุยก็หลากหลาย ทั้งชีวิต ความรัก การเงิน และก็สงคราม</p><p>ไกลออกไป นโปเลียน โบนาปาร์ต จักรพรรดิฝรั่งเศสยังคงแผ่ขยายอำนาจเหนือยุโรปอย่างไม่หยุดยั้ง และสงครามครั้งใหม่ก็กำลังจะเริ่มในไม่ช้า ... สงครามที่รัสเซียต้องเข้าไปมีส่วน</p><p></p><p>War and Peace เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนในสมัยสงครามนโปเลียน เริ่มจากปี 1805 ในสงครามสหสัมพันธมิตรครั้งที่ 3 ไปเจอกับจุดเดือดสุดในปี 1812 เมื่อนโปเลียนบุกรัสเซีย และก็ไปจบในปี 1820 เมื่อตัวละครต่างๆ แยกย้ายไปใช้ชีวิตของตน</p><p></p><p>เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตผู้คน ซึ่งตัวละครมีเยอะมาก เป็นร้อยกว่าตัว ทั้งตัวละครที่สมมุติขึ้นมา และบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ... แต่ในเชิงการเล่าเรื่อง จะเล่าผ่านสามมุมมองหลักดังนี้</p><p>กราฟ/เคานต์ ปโยเตอร์ คิริลโลวิช "ปิแอร์" เบซูคอฟ : บุตรนอกสมรสของขุนนาง คนแปลกแยก เข้าสังคมไม่เป็น ที่จู่ๆ ก็กลายเป็นคนที่สังคมอยากคาบหา เพราะได้รับมรดกจากบิดาที่เพิ่งเสียชีวิต</p><p>เจ้าชายอันเดรย์ นิโคไลเยวิช โบลคอนสกี : ชายหนุ่มลูกแม่ทัพเกษียณ มีความเข้มแข็ง มีความเป็นปรัชญา แต่ก็ชอบกังขา นายทหารและผู้ช่วยของแม่ทัพ</p><p>นาตาเลีย อิลยินนิชนา "นาตาชา" รอสตอฟวา : เด็กสาวผู้เป็นบุตรีของขุนนาง เป็นคนที่มีความโรแมนติก แต่ก็หุนหันพลันแล่น</p><p></p><p>นิยายเรื่องนี้ สมชื่อ War and Peace เลย ... มันคือสิ่งที่ Contrast กันมาก แต่ก็อยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน</p><p>โดย Peace - Mir - สันติภาพ ในที่นี้ หมายถึงชีวิตประจำ ว่าด้วยความรัก กลอุบาย และสังคมที่เน้นสถานภาพ เล่าผ่านวกตัวละครแนวหลังอย่างปิแอร์กับนาตาชา</p><p>ส่วน War - Voyna - สงคราม อันนี้คือสถานการณ์โลก และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในวงที่กว้างกว่า ซึ่งก็คือสงครามนโปเลียน ทั้งเรื่องแผนการ ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี การสู้รบ ความกล้าหาญ ความกลัว ความสูญเสีย และอื่นๆ ในสงคราม ... เราจะได้เจอผ่านอันเดรย์</p><p>และเมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ สงครามก็จะเริ่มเข้ามา Disrupt ชีวิตตัวละครและชีวิตฝั่งแนวหลังมากขึ้น โดยเห็นได้ชัดที่สุดคือช่วงปี 1812 ตอนที่นโปเลียนนำกองทัพ Grande Armee บุกรัสเซีย ทำให้สงครามมาถึงหน้าบ้านและกองทหารต่างชาติเข้ามาเดินในบ้าน ชีวิตแนวหลังที่เป็น Slice of Life จึงถูกแทนที่ด้วยละครชีวิตยุคสงครามทันที</p><p>สำหรับพัฒนาการตัวละคร เราจะได้เห็นพัฒนาการในเชิงจิตวิทยาเป็นหลัก เป็นการเติบโตทางจิตใจและตัวตน</p><p>อย่างปิแอร์ จากคนที่ซุ่มซ่าม งุ่มง่าม เบื่อชีวิตเพราะเจอเมียเหลวแหลก จู่ๆ ก็ออกไปค้นหาความหมายชีวิตและค้นพบว่าการใช้ชีวิตอย่างพึงพอใจเป็นยังไง</p><p>นาตาชา จากเด็กสาวใจร้อน โดนหลอกง่าย ใจแตก พอสงครามมาถึงบ้าน นางก็ดูแลครอบครัว ทำให้เธอกลายเป็นหญิงสาวที่เหมือนจะเป็นแม่พระในบ้าน</p><p>ส่วนอันเดรย์ ชายหนุ่มที่กังขาทุกอย่าง เบื่อสังคม ห่างเหินจากภรรยา อยากออกไปทำผลงานในสงคราม ต่อมาก็เจอความจริงในสนามรบที่ว่า ตัวเรามันกระจ้อยร่อยนัก เมื่อเทียบกับแผ่นฟ้ากว้างใหญ่ พอได้กลับมาก็เศร้าใจเพราะเมียตาย ได้พบชีวิตใหม่กับเด็กสาวคนใหม่ แต่ก็ไปเจ็บหนักในศึกโบโรดิโน แต่ในวินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นใจ เขาก็พบกับความสงบและการให้อภัย ทำให้เขาจากไปอย่างสงบ</p><p>นอกจากเรื่องราวของตัวละครแล้ว เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ซึ่งโตลสตอยก็ยังวิพากษ์เรื่องนี้ โดยเฉพาะในแนวคิดยอดนิยมของยุคนั้นคือ Great Man Theory - ทฤษฏีที่ว่า มหาบุรุษเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ ... โตลสตอยเสนอว่า มหาบุรุษไม่ได้สร้างประวัติศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ขับเคลื่อนร่วมกันและนำพามาถึงจุดนี้ โดยที่คนเราไม่สามารถควบคุมได้ มีแต่จะโดนกดดันให้ตัดสินใจทำบางอย่างซึ่งจะเกิดประวัติศาสตร์อีกอย่าง แล้วก็โดนพัดพาไปด้วย</p><p>เรื่องนี้ จะบอกว่าเป็นนิยายก็ไม่ถูก เพราะว่ามันเป็นมากกว่านิยาย ... โตลสตอยเคยพูดเองว่า War and Peace "ไม่ใช่ทั้งนวนิยาย ยิ่งไม่ใช่บทกวีเข้าไปใหญ่ และเป็นพงศาวดารทางประวัติศาสตร์ยิ่งน้อยลงไปอีก" ("not a novel, even less is it a poem, and still less a historical chronicle.") ดังนั้น มันไม่ใช่อะไรสักอย่าง แต่เป็นทุกอย่างที่ผู้เขียนเค้นออกมากลายเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง</p><p>เรื่องความถูกต้องของเนื้อหา อันนี้ต้องยอมใจโตลสตอยแกเลย เพราะตอนที่แกเขียน สงครามนโปเลียนเป็นความทรงจำในยุคใกล้ ห่างจากยุคแกแค่ 55 ปี ดังนั้นแกจึงไปสัมภาษณ์ข้อมูลคนรอบตัวได้ เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้สบายๆ และอีกอย่าง บรรพบุรุษแกก็เคยรบในสงคราม (กราฟ/เคานต์ อเล็กซานเดอร์ อิวาโนวิช ออสเตอร์มานน์-โตลสตอย - Alexander Ivanovich Ostermann-Tolstoy) ดังนั้น มันแทบจะเป็นเรื่องในบ้านเลย</p><p>สำหรับผมที่ได้อ่านไป ต้องบอกก่อนเลยว่า มันเป็นเรื่องที่หนักมาก 1300 กว่าหน้า ศัพท์แสงก็เยอะมาก บาง Section คือเว้าภาษาต่างขาติกันต่อหน้าเลย และมีเชิงอรรถยุบยับ มี Appendix ท้ายเล่มอีก ... บางช่วงก็อาจจะเหมือนขาดๆ เพราะโตลสตอยเล่นเขียน Essay คั่นก่อนเข้าเนื้อเรื่อง ก็มี ... แต่ว่า ถ้าทนอ่านและข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้ ขอบอกเลยว่า มันเป็นเรื่องที่ทรงคุณค่า ควรอ่านมากๆ สักครั้งในชีวิต</p><p>และ Edition 2010 ของ Oxford นี่ งานดีครับ เชิงอรรถอธิบายและการแปลทั้งหลาย บริบทมันชวนอินกับยุคสมัยมากครับ</p>
