นิวไม่จิ๋ว บน Bookfeed
★★★★★
รีวิว 1 ปีกับชีวิตที่ผมอยู่ในอเมริกา เล่ม 2 - เขียนโดย ชี้ดาบ เล่มที่สานต่อเรื่องราวของ James, Thailand…Yeah! หลังจากงาน Homecoming ที่เขาได้รับประโยคปริศนาจาก ‘วิกกี้’ สาวลูกครึ่งเยอรมันญี่ปุ่นที่เขาตกหลุมรัก ก่อนจะมาพบกับความผิดหวังที่เกินกว่าเขาจะรับได้ บวกกับความซวยที่ต่อแถวเรียงตบหน้าอย่างไม่ยั้งมือราวกับโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหน ยิ่งอ่านแล้วยิ่งสงสารและเอาใจช่วย อย่างที่เคยกล่าวไว้ในรีวิวครั้งก่อนว่ามองเผิน ๆ มันคือหนังสือตลกที่บอกเล่าความชิบหายทุกย่างก้าวของเด็กชายสุดเกรียนที่ติดเกม ไม่มีอะไรดีสักอย่าง แต่ดันกล้าสอบไปแลกเปลี่ยนที่อีเฟรต้า สหรัฐอเมริกา ดินแดนเสรีที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เจมส์ได้ประสบมานั้นแตกต่างกับภาพในหัวเลยทีเดียว ซึ่งหากมองลึกเข้าไปกลับเป็นจดหมายที่เขาเขียนเพื่อบอกคนไทยเรื่องเกี่ยวกับประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชีวิตความเป็นอยู่ จนกระทั่งหลักแนวคิดที่ใช้ชีวิตของคนอเมริกันด้วย ผมที่เคยไปเรียนต่างประเทศซึ่งมีวัฒนธรรมและแนวคิดคล้ายคลึงกันเข้าใจส่วนนี้ดี ในเล่มนี้เจมส์สามารถปรับตัวเข้ากับอเมริกาได้ดีขึ้น แต่ความขัดแย้งในตัวเองยังคงมีอยู่ วัฒนธรรมอเมริกันค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่ทุกอณูทั่วร่างกายและได้เปลี่ยนแปลงตัวเองในรูปแบบที่เขาไม่รู้ตัว รวมถึงความผิดพลาดบางอย่างที่อาจส่งผลให้อาจถูกส่งกลับประเทศซึ่งเปรียบเสมือนฝันร้ายของนักเรียนแลกเปลี่ยนหลายคน แน่นอนว่าชาวตะวันตกนั้นไม่รู้จักการ ‘หยวน’ เหมือนคนไทย สังเกตมาตั้งแต่เล่มแรกแล้วว่าเจมใช้การเขียนที่คล้องจองมากขึ้นซึ่งทำให้อ่านแล้วรู้สึกจั้กจี้เล็กน้อย อ่านลื่น แต่ในความลื่นนั้นแฝงความขมทางปรัชญาการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความผิดพลาด การตัดสินใจที่ผิดถูกปะปนกันไป ความผิดหวัง ความท้อแท้ น้อยเนื้อต่ำใจ ความเจ็บปวดแบบ Emotional Damage แบบถึงพริกถึงขิง ที่ชอบที่สุดคือการที่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้าด้วยการที่ตัดสินใจขึ้นไปประกวดร้องเพลงบนเวทีทั้ง ๆ ที่ร้องเพลงไม่เก่ง แต่สิ่งที่เขาได้รับคืนมาคือเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีอย่างสนุกสนาน หากเทียบกับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไทย ทุกอย่างคงสลับสับเปี่ยนราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว พอได้อ่านส่วนนี้ ภาพในหัวเหมือนดักแด้ได้ลอกคราบกลายเป็นผีเสื้อเต็มตัว กลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมยืดอกกลับบ้านได้อย่างมั่นใจ เชื่อเถอะว่า ในฐานะนักเรียนที่เรียนต่างประเทศ ผมภูมิในการเติบโตของเจมส์ในวัย 17 กับการไปเรียนแลกเปลี่ยนครั้งแรกของเขามาก ผมมองว่าสิ่งที่เขาลงทุน สิ่งที่เขาทุ่มเทไป มันคุ้มค่ามาก ๆ แล้ว สิ่งที่เขาได้กลับมาพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในประเทศไทยที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังคงอยู่ในสถานะประเทศกำลังพัฒนา ผมมั่นใจว่าหนังสือชุดนี้เหมาะกับใครก็ตามที่กำลังน้อยเนื้อต่ำใจกับตัวเอง มันจะกลายเป็นคำถามเชิงปรัชญาที่ชวนให้ถามตัวเองว่า สิ่งที่คุณไม่กล้า สิ่งที่คุณไม่ทำ มันเกิดจากปัจจัยภายนอก หรือ ปัจจัยภายใน มันคือคำถามที่ถามคุณทั้งเรื่องว่า คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ทำ’ กับ ‘ไม่ทำ’ สำหรับใครที่ท้อแท้กับชีวิต ให้เปิดหนังสือชุดนี้อ่าน แล้วคุณจะได้รับการตั้งคำถามในหัวเพื่อให้คุณหาคำตอบบางอย่างที่ไม่มีตำราในไทยที่ไหนกล้าสอน
