นิวไม่จิ๋ว บน Bookfeed
★★★★★
รีวิว James is back - เขียนโดย ชี้ดาบ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กไทยที่เพิ่งกลับจากโครงการแลกเปลี่ยนจากอเมริกา แบกความมั่นด้าน มั่นใจมาเต็มกระเป๋าเดินทาง พร้อมร่างทองสุดแข็งแกร่ง ดวงตามองความจริง รวมถึงมุมมองที่แตกต่างจากคนไทยด้วยกันเอง ผมไม่ได้เป็นคนเชียงใหม่จึงไม่ค่อยเข้าใจบางวัฒนธรรมของชาวเหนือ แต่บางอย่างมันชวนให้ตั้งคำถามถึงเรื่องการศึกษาที่ไม่ได้สมเหตุสมผล เหมือนเรียนให้ผ่าน ๆ ไป ถึงเวลาสอบเข้ามหาลัยก็ต้องมานั่งติว เสียเงินเรียนพิเศษเพื่ออนาคตที่ไม่รู้ว่าจะสดใสจริงหรือเป็นเพียงภาพที่ผู้ใหญ่วาดเอาไว้โดยปิดบังความจริงแสนโหดร้ายไว้เบื้องหลัง ในประเทศที่เต็มไปด้วยสีเทา เจมผู้กลับมาจากอเมริกากลายเป็นตัวสี่สีที่กลายเป็นจุดเด่นกลางสีเทาอันหม่นหมองนั้น เริ่มตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ที่เปรียบดั่งน้ำหนึ่งหยดสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วมหาสมุทรด้วยการยกมือขึ้นถามอาจารย์อย่างกล้าหาญแบบที่ไม่มีนักเรียนไทยคนไหนกล้าทำ ความแตกต่างในสังคมไทยส่วนใหญ่นั้นส่งผลระยะที่ทำให้ใครบางคนถึงขั้นเกลียดเลยก็มี แต่อย่าลืมว่ามหาสมุทรนั้นกว้างกว่าที่เราคิดไว้มาก พออ่านจบถึงบทหนึ่งทำให้รู้ได้ว่า หยดน้ำนั้น สร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้กลายเป็นแรงบันดาลใจ กระเทาะเปลือกคนที่คิดเห็นเหมือนกันแต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะ ‘แคร์’ ปัจจัยรอบด้าน อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ไม่ว่าจะนิวซีแลนด์หรืออเมริกาก็ไม่มีวัฒนธรรมการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนหรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ เห็นหลานตัวเองต้องไปเรียนมืดค่ำ แทนที่จะเรียนให้เข้าใจในห้องเรียนไปเลย แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากพ่อแม่ของหลานก็คือ ‘กลัวไม่ทันเพื่อน’ ใช่…สังคมทั้งโลกเป็นสังคมแห่งการแข่งขัน แต่เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างงง ๆ ไปหน่อย เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเรียนพิเศษ ทั้งที่ตัวเองก็เคยผ่านมาก่อน แต่ก็ไม่เคยตั้งคำถามว่าทำไปเพื่ออะไร หนังสือเล่มนี้ตั้งคำถามไว้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการออกไปหาสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและทำได้ดีมาก ๆ แทนที่นั่งก้มหัวจับเจ่ากับสิ่งที่ไม่ชอบและทำให้เกิดคำถามในใจ กลายเป็นโซ่ตรวนผูกปีกไม่มีวันให้โผบิน ในวัฒนธรรมไทยที่ไม่เชิงเรียกว่าวัฒนธรรมดีไหม แต่ผมอยากจะพูดในฐานะคนที่เคยไปเรียนนิวซีแลนด์มาก่อน (ถ้าได้อ่าน เอาชีวิตรอดมอปลายที่นิวซีแลนด์ จะเข้าใจ) คือ สภาพผมที่กลับมาใหม่ ๆ นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพี่เจมส์ ตั้งคำถามไปหมด สิ่งได้กลับมาถึงการถูกห้ามปราม ด้วยเหตุผลว่า คนจะมองว่าไม่ดี ผมก็ตั้งคำถามไปอีกว่า ไม่ดียังไง..? เชื่อไหมว่าไม่มีใครตอบได้ ยิ่งผมถามลึกมากเท่าไหร่ สุดท้ายได้ความโกรธกลับมา แน่นอนว่าผ่านมาสิบปีแล้ว ผมโดนวัฒนธรรมไทยกลืนหายไปเกินกว่าครึ่ง หนังสือเล่มนี้ได้ฉุดผมขึ้นมาอีกครั้ง ผมกลับมามีดวงตาและไฟที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบโดยที่ยังต้อง ‘ปรับตัว’ วิถีให้กลมกลืนกับประเทศนี้ให้ได้ เหมือนที่พี่เจมส์เลือกที่ทำเช่นนั้นในช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่ตัวเองก็ปฏิเสธเส้นทางเลือกนั้นตั้งแต่ต้น ชีวิตไม่มีช่วงเวลาไหนที่ง่าย อยู่ที่ว่าคุณเลือกคิดแบบไหน?
