Auttayow บน Bookfeed
ไม่นานนี้ผมกลับไปเยี่ยมคุณธนาภรครั้งแรก หลังจากออกจากอู่มาหลายเดือน เธอยังคงคาแรคเตอร์ไว้ได้อย่างดี เป็นสาวปากจัดซึนเดเระ เพิ่มเติมคือขี้เหงาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราคุยกันก็ตามประสาไม่เคยเปลี่ยน ความเป็นห่วง ความกังวล ในตัวนายอัตตะโย่วที่ซ่ามาหลายปีแต่ไม่เป็นขิ้นเป็นอันเสียที เพียงแต่ครั้งนี้ เราไม่ได้เปิดปากทะเลาะกันเหมือนปกติ ไม่กี่ครั้ง ไม่สิ ครั้งแรกเลยมั้งที่แม่เป็นคนเดินมากอดผมเอง ความรู้สึกภายในใจของผม มันมีบางอย่างคลายออก ไป ผมได้แต่กอดแม่อยู่ตรงนั้น บอกว่าทุกอย่างจะโอเค ผมไม่ได้ทิ้งแม่หรอก ผมแค่ต้องออกไปใช้ชีวิต เพราะบ้านของเรา(อู่) มันเล็กเกินกว่าที่ผมจะโตได้เต็มที่ ความปากจัดของคุณธนาภรสงบลง เหลือเพียงความเงียบครอบคลุมสองแม่ลูกอยู่นับนาที ผมคิดมาตลอด ว่าตัวเองเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้แม่ไม่ได้ใช้ชีวิต แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงในวัยใกล้60จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ลึกๆผมก็อยากให้แม่ออกมา ใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่อีกครั้ง โดยไม่ต้องห่วงเรื่องลูกชายคนนี้ แต่เวลาที่ผมเหลือก็มีไม่มานัก เลยถึงเวลาต้องบอกลา น่าแปลกที่ผมเผลอยกมือไหว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าไปไหนก็ไม่เคยบอกไม่เคยยกมือขึ้นมา นั่นทำให้ผมแอบผวา ว่าจะเป็นเรดแฟลกอะไรรึเปล่า แต่ก็พยายามไม่คิดมาก และรีบออกมาทั้งน้ำตา --- ทุกคนในอู่พูดกันเสมอว่าผมมันอกตัญญู ไม่รักแม่ ทิ้งแม่ไว้ไปลั้ลลาอยู่คนเดียวไม่มาดูดำดูดี คำพูดนี้มันกัดกร่อนผมมาตลอด เพราะก็ไม่มั่นใจว่ารักแม่แบบที่ถูกต้อง ไม่พร๊อพพากานด้าเป็นอย่างไร แต่ในคืนนั้นผมก็มั่นใจ ว่ากูรักแม่มากๆ กูเลยต้องใช้ชีวิตแบบนี้ เพื่อพิสูจน์ว่ากูอยู่บนโลกใบนี้ได้จริงๆ เพื่อที่แม่จะได้พัก ไม่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งหรือเหนื่อยเพื่อใครอีกแล้ว เก็บเงินไว้ใช้เอง ไม่ต้องเผื่อใครแล้ว แม้จะไม่ถูกตามหลัก แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ตอนนี้ และดูจากความเหงาของคุณธนาภร ก่อนจะไปเชียงใหม่ ผมคงต้องหาเวลาพาแม่เที่ยวหน่อยแล้วล่ะ